ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก…เรื่องใหม่ที่สาวไทยควรใส่ใจ !

0
1569

Sponsor


 

ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก…
เรื่องใหม่ที่สาวไทยควรใส่ใจ !

pexels-photo

โรคมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคมะเร็งที่เกิดบ่อยที่สุดในกลุ่มสาวๆ อย่างเราๆ
และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในอันดับต้นๆ ของประเทศไทยเลยก็ว่าได้
และการรักษาโรคมะเร็งปากมดลูกนี้ จะได้ผลดีก็ต่อเมื่อเราสามารถค้นหาโรคได้ในระยะเริ่มแรก
โดยการตรวจภายในนั่นเองค่ะ

การรักษาโรคมะเร็งปากมดลูก มักจะรักษาอาการของโรคโดยการผ่าตัด หรือการให้รังสีรักษา
ซึ่งจะมีอาการข้างเคียงที่สาว ๆ หลายคนคงไม่ชอบ และถ้าหากว่าเราพบโรคในระยะท้ายของโรค
ก็อาจจะทำให้เราเสียชีวิตได้ค่ะ

thaihealth.or.th
thaihealth.or.th

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ในปัจจุบันมีอยู่ 2 ชนิดค่ะ

1. HPV 2 (Cervarix)
สามารถป้องกัน เชื้อไวรัส HPV ที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก 2 สายพันธุ์
ได้แก่ สายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเราต้องฉีดเป็นจำนวน 3 ครั้งค่ะ

2. HPV 4 (Gardasil)
ช่วยป้องกันเชื้อไวรัส HPV 4 สายพันธุ์ คือสายพันธุ์ 16, 18, 6 และ 11
สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด  รวมถึงหูดอวัยเพศ
ซึ่งรักษาให้หายขาดยาก และกลับมาเป็นซ้ำได้ง่าย ซึ่งเราต้องฉีดเป็นจำนวน 3 ครั้งเช่นกันค่ะ

เมื่อไหร่ที่เราสมควรฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก?
มีคำแนะนำมาจากองค์กรอาหารและยาโลกค่ะ ว่าสาวๆ ควรเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก
ในช่วงอายุประมาณ 11-12 ปี แต่อาจจะฉีดเมื่อมีอายุ 9 ปีก็ได้ เนื่องจากเด็กที่มีอายุในช่วงดังกล่าว
ยังไม่มีการติดเชื้อ HPV และช่วงนั้นจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ยังแนะนำว่า สาวๆ ที่มีอายุตั้งเเต่ 13-26 ปี เเละยังไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก
หรือฉีดไม่ครบ ควรจะได้รับการฉีดทุกคนค่ะ (สำคัญมาก)

akepathumhospital.com
akepathumhospital.com

เเล้วเราต้องฉีดกี่เข็มกันนะ ?
ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญและคุณหมอ ให้ฉีด 3 เข็ม คือเข็มที่ 2 และเข็มที่ 3 ห่างจากเข็มแรก 2
และ 4 เดือน ตามลำดับ จะช่วยให้ร่างกายของเราสร้างภูมิต้านทานได้เต็มที่ ช่วยป้องกันการติดเชื้อ HPV ได้ค่ะ

ครั้งที่ 1 ให้ฉีดตามที่กำหนด
ครั้งที่ 2 ห่างจากการฉีดครั้งเเรก 1-2 เดือน
ครั้งที่ 3 ห่างจากเข็มแรกประมาณ 6 เดือน

สำหรับสาวๆ ที่มีอายุมากกว่า 26 ปี หรือมีเพศสัมพันธ์เเล้ว ยังจะได้รับประโยชน์
จากการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกหรือเปล่านะ ? คงจะคิดแบบนี้กันใช่ไหมคะ คำตอบคือ
วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก จะมีภูมิต่อเชื้อ HPV type 6, 11, 16, และ 18 ค่ะ เพราะฉะนั้น
หากสาวๆ ยังไม่ได้รับเชื้อดังกล่าวที่ว่ามานี้ เราก็ยังได้รับประโยชน์จากการฉีดวัคซีนอยู่ค่ะ
แต่ว่าใครที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ ก็มีโอกาสที่จะติดเชื้อไปเเล้ว และอาจจะไม่ได้ประโยชน์จากการฉีดวัคซีนก็ได้

ใครที่ไม่อยากเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก หรืออย่างน้อย อยากจะได้ความอุ่นใจ
ก็สามารถไปปรึกษาคุณหมอเพื่อให้ตรวจร่างกายภายในอย่างละเอียดได้นะคะ เพราะโรคนี้
ก็คงไม่อยากมีสาวๆ คนไหนที่อยากเป็นหรอก ใช่ไหมคะ ?