มาทำความรู้จักและสาเหตุของโรคตาแดงกันเถอะ !

0
744

Sponsor


มาทำความรู้จักและสาเหตุของโรคตาแดงกันเถอะ !

commons.wikimedia.org
commons.wikimedia.org

ประเทศไทยในปัจจุบันพบผู้ป่วยที่เป็นโรคตาแดงแล้วกว่าแสนรายทั่วประเทศ ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่ง เป็นเด็กเล็ก
และเด็กวัยเรียน เนื่องจากเป็นวัยที่อาจมีโอกาสเล่นหรือสัมผัสกันและอยู่เป็นกลุ่มมากกว่าผู้ใหญ่

โรคตาแดง มักพบในช่วงหน้าฝนที่มีสภาพอากาศที่ชื้น และเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส
นอกจากนี้แหล่งน้ำท่วมขังที่มีสิ่งปนเปื้อน ก็เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของเชื้อโรค
และเป็นปัจจัยเสริมอีกอย่างหนึ่งเช่นกัน โรคตาแดงเป็นการอักเสบของชั้นเนื้อเยื่อใสที่คลุมอยู่บนตาขาว
ที่มีการเปลี่ยนเป็นสีแดงอ่อนหรือแดงจัดที่เกิดจากการอักเสบและเส้นเลือดฝอยขยายตัว
สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อหรือโรคภูมิแพ้ที่ตา และอาจจะมีสาเหตุอื่น เช่น การได้รับสารพิษ
มีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา การใส่คอนแทคเลนส์ที่มีเชื้อไวรัสเนื่องจากคอนแทคเลนส์ไม่สะอาด
ซึ่งในกรณีที่ติดเชื้ออาจจะพบว่าเป็นเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย แต่ส่วนมากมักพบว่าเป็นเชื้อไวรัสมากกว่า

meddic.jp
meddic.jp

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคตาแดง
หากเราเริ่มคันตาและเยื่อตามีสีแดง มีอาการน้ำตาไหล แสบตา เคืองตา คันตา
มีขี้ตาใสสีขาวหรือสีขุ่นก็มักจะเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือโรคภูมิแพ้ หรือถ้าหากมีขี้ตาสีเขียวหรือสีเหลือง
ก็มักจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย บางคนอาจจะมีเยื่อตาบวมหรือจุดเลือดออกที่ใต้เยื่อตาได้
ซึ่งอาจจะทำให้ติดเชื้อจนดวงตาของเราไม่สามารถใช้งาน หรือเกิดการบอดของดวงตาได้
เพราะฉะนั้นแล้วจึงควรจะระวังหากเริ่มรู้ว่ามีฝุ่นหรือว่ามีอะไรเข้าตา เมื่อเกิดอาการเคืองตา
ควรจะหาซื้อน้ำยาล้างตาหรือยาหยอดตาเพื่อล้างเศษฝุ่นในทันที หากล้างน้ำเปล่าในบางครั้ง
ก็อาจจะเสี่ยงต่อการอักเสบหนักกว่าเดิมเพราะน้ำเปล่าไม่สามารถฆ่าเชื้อในดวงตาได้

เพราะฉะนั้น ยาล้างตาแบบหยอดตาเท่านั้นที่มีสามารถมีประสิทธิภาพต่อการล้างดวงตา
แต่ถ้าหากเป็นโรคตาแดงที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียก็ควรไปพบแพทย์เพื่อที่แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะเฉพาะที่
เช่น ยาหยอดตาและอาจมียาป้ายตาในบางราย ในคนไข้บางรายอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะแบบรับประทาน
และแบบฉีดร่วมด้วย การประคบเย็นก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยลดการอักเสบได้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว
อาการของโรคตาแดงมักจะหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ และอาการจะค่อยๆ ดีขึ้น

ทางที่ดีคือเราควรหยุดเรียนหรือหยุดงานอย่างน้อย 3 วัน
เพื่อเป็นป้องกันการแพร่เชื้อโรคให้กับผู้อื่น จากนั้นจึงพักผ่อนและพักการใช้สายตาให้เต็มที่