วิธีการ เตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ ควรเตรียมตัวอย่างไร

0
4282

Sponsor


เตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์

แม่พลอยสังเกตุคนรอบตัวทุกวันนี้ เริ่มต้นชีวิตคู่กันช้ามากค่ะ ด้วยปัจจัยหลายอย่างทั้งด้านการเรียน การงาน ความมั่นคงทางการเงิน กว่าที่จะรอให้ทุกสิ่งทุกอย่างลงตัว หลายคู่ก็ต้องมาเริ่มต้นเมื่อฝ่ายหญิงอายุ 35 ปีแล้ว คู่ไหนที่ตกลงกันว่าจะไม่มีลูกก็โชคดีไป แต่ถ้าคู่ไหนที่บอกว่าแต่งงานช้าแบบนี้วางแผนไว้ว่า เมื่อแต่งงานปุ๊บขอมีลูกปั๊บเลย แต่ชีวิตจริงมันไม่ง่ายอย่างนั้นเลยค่ะ แม่พลอยคอนเฟิร์ม

%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99

เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา คู่ไหนวางแผนที่จะปักเสาเรือนร่วมกัน และอยากมีลูกด้วย แม่พลอยขอแนะนำให้เตรียมพร้อมตั้งแต่เนินๆ เลยค่ะการเตรียมพร้อมนี้ไม่ใช่แต่เฉพาะฝ่ายหญิงเท่านั้น ฝ่ายชายก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ เริ่มต้นจาก

ตรวจสุขภาพ แม่พลอยแนะนำให้ทั้งคู่จูงเมือกันไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลไหนก็ได้ค่ะที่สะดวก และมั่นใจ ไปถึงแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยค่ะว่าต้องการมาตรวจร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการมีลูก ปัจจุบันนี้เกือบทุกโรงพยาบาลมีบริการตรวจร่างกายของทั้งฝ่ายชาย และฝ่ายหญิง เพื่อเตรียมพร้อมก่อนการมีลูก บางแห่งมีโปรโมชั่นด้วยนะคะ หลักๆที่ตรวจกันดังนี้

  • กรุ๊ปเลือดของทั้งสองฝ่าย ทำให้พอประมาณการได้ว่าลูกที่เกิดมาจะมีโอกาสอยู่ในเลือดกรุ๊ปใด
  • ตรวจชนิดของเลือดว่าเป็น RH บวก หรือลบ โดยเฉพาะฝ่ายหญิงถ้าเป็น RH ลบ ตามสถิติแล้วมีโอกาสแท้งลูกได้
  • ตรวจโรคทาลัสซีเมีย ซึ่งเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ถ้าตรวจพบว่าทั้งสองฝ่ายเป็นพาหะทาลัสซีเมีย การวางแผนตั้งครรภ์ควรได้รับคำแนะนำจากคุณหมอเป็นการเฉพาะ
  • ตรวจภูมิคุ้มกันของฝ่ายหญิง เช่น หัดเยอรมัน  กรณีที่ไม่มีภูมิคุ้มกันของหัดเยอรมันควรได้รับการฉีดภูมิคุ้มกันก่อนตั้งครรภ์ โดยต้องเว้นระยะห่างจากการฉีดภูมิฯ กับการตั้งครรภ์ตามแพทย์แนะนำ หากได้รับเชื้อหัดเยอรมันระหว่างตั้งครรภ์อาจทำให้แท้ง หรือเด็กพิการได้
  • ตรวจหาภูมิคุ้มกัน ไวรัสตับอักเสบบี กรณีที่ไม่มีภูมิคุ้มกันของไวรัสตับอักเสบบี ควรได้รับการฉีดภูมิคุ้มกันก่อนตั้งครรภ์ ตามคำแนะนำของแพทย์ ไวรัสตับอักเสบบีสามารถถ่ายทอดทางสายเลือดสู่ทารกได้
  • ตรวจหาเชื้อเอชไอวี ถ้าพบว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีเชื้อควรได้รับการคุ้มกำเนิด

ทานโฟลิค เป็นชื่อวิตามินที่ได้ยินกันบ่อยๆ แต่แม่พลอยไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะว่า ทรงคุณค่าถึงเพียงนี้ การทานโฟลิคล่วงหน้าก่อนการตั้งครรภ์ประมาณ 1-3 เดือน ช่วยลดความพิการของสมองของทารกได้ค่ะ เนื่องจากเมื่อเริ่มมีการปฏิสนธิและมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นร่างกายมีความต้องการโฟลิคมากขึ้นตามไปด้วยเพื่อใช้เป็นองค์ประกอบในการสร้างเซลล์และเนื้อเยื่อของระบบต่างๆของทารก แต่ในขณะเดียวกันคุณแม่ที่ตั้งท้องอยู่ร่างกายกลับมีความสามารถในการดูดซึมโฟลิคได้ลดลง

ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ นอกจากครบ 5 หมู่แล้ว แม่พลอยขอแนะนำเพิ่มเติมค่ะว่าควรคำนึงถึงความสดใหม่ และสะอาดด้วยเป็นสิ่งสำคัญด้วยค่ะ

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ตอบโจทย์ได้แทบจะทุกสิ่งอย่างในโลกนี้ รวมถึงการมีลูกด้วยค่ะ ใครถูกจริตกับกีฬา กิจกรรมแบบใด เลือกทำแบบนั้นเลยค่ะ แต่เมื่อตั้งท้องแล้วควรงดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแท้งได้ค่ะ

วางแผนดี เตรียมตัวล่วงหน้าโอกาสสำเร็จในการมีลูกก็มากขึ้นด้วยนะคะ

ผู้เขียน: แม่พลอย

ขอบคุณรูปภาพจาก: www.pixabay.com