รู้เท่าทันผลิตภัณฑ์ลบริ้วรอย

0
645

Sponsor


รู้เท่าทันผลิตภัณฑ์ลบริ้วรอย

เมื่ออายุผ่านมาถึงเลข2 หลายท่านเริ่มมีริ้วรอยเกิดขึ้นบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเกิดจากอายุหรือการใช้ชีวิตประจำวันของคุณดังนั้นผลิตภัณฑ์ ประเภท Anti Aging จึงจำเป็นอย่างมากแต่จะเลือกอย่างไรไม่ให้โดนหลอกนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำการเลือกซื้อกันค่ะ

รู้เท่าทันผลิตภัณฑ์ลบริ้วรอย
sukkaphap-d.com/

ประเภทของริ้วรอย

1. ริ้วรอยที่เกิดขึ้นจากกาลเวลา ริ้วรอยประเภทนี้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จะเกิดขึ้นเมื่อเราอายุ 60 ปี

2. ริ้วรอยที่เกิดจากถูกแสงแดดทำร้ายไปถึงชั้นใต้ผิวหนัง ทำให้คอลลาเจน และอีลาสตินไฟเบอร์เสื่อมสภาพลง ริ้วรอยประเภทนี้จะเริ่มปรากฏตัวตั้งแต่ย่างเข้าวัย 20 ปี หากปล่อยไว้เมื่อเข้าวัย 30 ปีผิวจะเป็นกระ หรือจุดด่างดำสุดท้ายเมื่อเข้า 40 ปี ริ้วรอยจะลงลึกบนใบหน้า

3. ริ้วรอยที่เกิดจากการนอนผิดท่าเป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะการนอนตะแคงข้างหรือนอนคว่ำหน้า

4. ริ้วรอยที่เกิดจากการกระทำให้ผิวหน้าที่เคลื่อนไหวอยู่บ่อยๆ เช่น ขมวดคิ้ว หัวเราะ อ้าปาก ยิ้ม เป็นต้น จะพบเห็นริ้วรอยชนิดนี้ตั้งแต่อายุ 20 ปี และเริ่มมีรอยลึกขึ้นเมื่อช่วงอายุ 30-40 ปี

5. ริ้วรอยที่เกิดจากแรงโน้มถ่วงเป็นสำคัญ ริ้วรอยชนิดนี้จะเกิดขึ้นตอนอายุประมาณ 30 ปีขึ้นไป บริเวณที่พบเห็นคือ หนังตาและมุมปาก พอย่างเข้า 40ปี จะพบริ้วรอยนี้บริเวณร่องแก้ม และเมื่อเข้าวัย 50 ปี อาการหย่อนคล้อยรุกรานไปถึงบริเวณคาง และขากรรไกร

ส่วนผสมที่นิยมในผลิตภัณฑ์ Anti Aging

โคเอมไซม์ คิวเทน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันความเสื่อมของเซลล์ผิว ทำให้ผิวทนต่อรังสียูวีเอได้ดีขึ้น และยับยั้งการสร้างเอนไซม์ที่ทำลายคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ครีมที่มีส่วนผสมของ Q10 สามารถลดริ้วรอยได้ถึง 23% โดยประมาณหากเปรียบกับครีมที่ไม่มี Q10 สำหรับปริมาณการใช้Q10 อย่างเห็นผลได้ดีคือความเข้มข้นที่ 1 % เป็นต้นไป

วิตามินซี ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ให้ผิวมีความยืดหยุ่นและกระชับ เป็นสารที่มีแอนตีออกซิแดนท์สูง จึงช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด วิตามินซีช่วยลดรอยดำ ทั้งยังช่วยลดริ้วรอยบางๆ ได้ แต่ทั่วไปครีมลดริ้วรอยมักจะมีวิตามินซีบรรจุอยู่น้อยมาก ไม่ถึง 0.5 % ทำให้ครีมทั่วไปที่มีส่วนผสมของวิตามินซี ไม่สามารถใช้ลดริ้วรอยได้ดีมากนัก

วิตามินอี มีสารโทรโคฟีรอล ช่วยฟื้นฟูผิวรวมถึงช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นดีขึ้น

AHA ช่วยกระตุ้นให้เกิดการหลุดลอกของเซลล์ผิวชั้นบนเท่านั้น เนื่องจากครีมที่วางขายเป็นAHA ที่มีความเข้มข้นต่ำ(<15%) AHA กระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ต้องมีความเข้มข้นสูง จึงใช้สำหรับทำทรีตเม้นต์AHA ที่ต้องดูแลโดยแพทย์ ซึ่งจะต้องทาแล้วล้างออกเท่านั้นเพราะอาจทำให้ผิวไหม้ได้

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยต่อต้านการทำลายเซลล์คอลลาเจน และอิลาสตินในผิวหนังที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ช่วยรักษาความสวยใส และป้องกันการเกิดริ้วรอย และรอยหมองคล้ำได้

ชาเขียว มีสารโพลีฟีนอล มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระมีฤทธิ์มากกว่าวิตามินอี 20 เท่า เมื่อนำมาผสมในผลิตภัณฑ์ป้องกัน และลดริ้วรอย ทำให้ฟื้นฟูสภาพผิวให้เปล่งปลั่ง สดใส ทั้งยังช่วยป้องกันรังสียูวีได้

หวังว่าคงจะทำให้คุณได้เลือกใช้ครีมให้ตรงตามความต้องการของผิวให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการดูแลผิวผิวนะคะ